วิเคราะห์พระเอกโจโจ้ (PART4)

โจนี่ โจสตาร์ & ไจโร่ เซเปลี่

มาถึงภาคนี้ผมถือว่าอาจารย์อารากิ พาโจโจ้ออกจากความเป็นการ์ตูนโชเนน
ได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ ด้วยการเล่าเรื่องศรัทธา การเมือง ผมรู้สึกว่าด้วยประสบ
การ์ณที่ผ่านมาของแกทำให้ทุกอย่างมันหล่อหลอมออกมาจนในที่สุดก็ออกมา
สมบูรณ์แบบในแบบอารากิสไตส์ในภาคนี้ เพราะคราวนี้โจโจ้ไม่ใช่การ์ตูนเอาใจ
คนอ่านแบบการ์ตูนจัมป์แล้ว แต่เป็นการ์ตูนเฉพาะทางที่คนอ่านต้องเข้าหา แล้ว
บังเอิญแฟนเฉพาะทางของโจโจ้นี่มันมีเยอะมากซะด้วย  เพราะเนื้อหาของ
ภาค 7 นั้นคือโลกสีเทา ไม่ใช่โลกที่ดีแยกกับเลวชัดเจนเหมือนภาคก่อนๆ 
มีตัวละครหลายๆตัวที่้เราตัดสินไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาคิดหรือทำมันถูกหรือผิด 
ถ้าเป็นเราจะตัดสินใจทำแบบเดียวกับที่เขาทำหรือไม่
ตรงนี้พูดถึงในส่วนของโจนี่ตัวเอก ซึ่งหากจะพูดถึงโจนี่ก็ต้องพูดถึงไจโร่ด้วย 
เพราะเป็นตัวเอกคู่กันแม้ในช่วงแรกๆผมจะรู้สึกว่าตัวเอกคือไจโร่คนเดียวก็
เหอะ  เพราะบทมันส่งไจโร่มาก โจนี่นี่พึ่งจะมาเทบทให้เด่นจริงก็ช่วง
หลังๆ แต่ลองมาคิดๆดูมันอาจจะเป็นความตั้งใจของอาจารย์อารากิก็ได้ ที่ต้อง
การปูความสัมพันธุ์ให้ทั้งโจนี่และไจโร่เป็นส่วนเติมเต็มของกันและกัน ทำให้
การเติบโตของโจนี่ออกมาชัดเจนและสมเหตุผล เพราะโจนี่ถูกวางให้เป็น
ตัวเอกที่ชีวิตคิดผิดจนติดลบ และต้องการสิ่งเดียวคือ ความหวังในการมีชีวิต 
ไม่ได้มีหัวใจคุณธรรมแบบตัวเอกคนก่อนๆเลย คืออ่อนแบบน้ำตาบ่อยมาก 
แต่บทจะโหดก็โหดไม่มีลังเล เป็นตัวเอกที่อาจารย์อารากิสร้างความเป็นคน
จริงๆขึ้นมาได้แบบจับต้องได้ 

ซึ่งส่วนพีคของโจนี่ก็คือ ฉากต่อรองในตำนานนั่นเองครับ เพราะความอ่อนไหวของ
โจนี่ทำให้เขาเทใจเชื่อวาเลนไทน์ไปหมดแล้ว หากไม่มี 
ล่ะก็  คงจะอวสานตั้งแต่ตอนนั้น …เพราะเหตุนี้ถึงยกให้ภาค 7 เป็นภาคที่วาง
เนื้อเรื่องออกมาได้ดีที่สุดราวกับภาพยนต์ และโจนี่กับไจโร่ก็เป็นตัวเอกที่เป็นตัวละคร
สามมิติอย่างแท้จริงเลย

ฮิงาสุคาตะ โจสุ2เกะ & ฮิโรเสะ ยาสุโฮะ

มาถึงตัวเอกภาคล่าสุดทั้งสองคน ที่ตอนนี้หลายๆอย่างยังเป็นปริศนาดำมืดอยู่ 
เลยไม่แน่ใจว่าแกนของภาคนี้คืออะไร ผมเลยขอพูดถึงแค่ภาพรวมในปัจุบันนะครับ 

…jojolion คือภาคที่เล่าเรื่องแบบภาค 4 คือเล่าเรื่องชีวิตประจำวันอยู่ติดที่ เล่า
สบายๆไม่หวือหวา ไม่ต้องแบกอะไรใหญ่ๆอย่างปราบดีโอหรือชิงซากศพเอาไว้
แบบภาคก่อนๆ แถมผมว่า  ดูจะเรียบง่ายยิ่งกว่าภาค 4 ซะอีก อาจเพราะ
อาจารย์อารากิแกอิ่มตัวจากความอีพิค ขอมาเล่าเรื่่องในมุมมองที่มันเรียบ
ง่ายบ้าง ด้วยการโฟกัสเนื้อหาไปที่ตัวละครแบบเต็มๆ

สำหรับโจสุ2เกะตัวเอกของนี้ ตอนนี้ผมถือว่าการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขาคือ
แกนหลักของภาคนี้ไปก่อน เพราะเรื่องเดินไปด้วยการค้นหาตัวตนของเขาอย่าง
เดียว และค่อยๆพบเบาะแสเกี่ยวกับตัวเองไปเรื่อย ซึ่งเหมือนกับภาค 7 คือหาก
จะพูดถึงโจสุ2เกะ ก็ต้องพูดถึงยาสุโฮะด้วย เพราะทั้งสองคนนี้เป็นเหมือนกับส่วน
เติมเต็มให้กันและกันเหมือนคู่ข้างบน เพียงแต่เปลี่ยนจากมิตรภาพลูกผู้ชาย
มาเป็นมิตรภาพระหว่างเด็กหนุ่มและหญิงสาวแทน ซึ่งผมทำนายล่วงหน้ามันต้อง
พัฒนาเป็นความรักไม่มากก็น้อยแน่ๆ 

สิ่งที่ทำให้ผมชอบ jojolion มากๆก็คือ การสร้างตัวละครวัยรุ่นที่เป็นวัยรุ่นจริงๆ 
เพราะในภาคก่อนๆ ตัวละครวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะมีวุฒิภาวะที่โตเกินวัยทุกคน 
คือมีการคิดและตัดสินใจที่แน่วแน่และชาญฉลาด วิเคราะห์ทุกสถานการ์ณได้อย่างดี 
แต่ในภาคนี้ตัวละครวัยรุ่นก็เป็นวัยรุ่นจริงๆทื่เป็นวัยว้าวุ้น มีเรื่องที่สับสนกับชีวิตตัวเอง 
และไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตของตน 

ซึ่งสำหรับโจสุ2เกะและยาสุโฮะก็เช่น โจสุ2เกะสูญเสียความทรงจำ ทำให้เขาไม่
สามารถไว้ใจใครได้ว่าใครจะเป็นมิตรหรือศัตรูแม้แต่ตัวของเขาเอง อย่างเช่นตอน
ที่เขาเห็นรูปครอบครัว ยังแอบคิดเลยว่า “จะมีใครมองรูปแล้วเป็นห่วงเราอยู่หรือเปล่าน้อ” 
แล้วแอบน้ำตาซึมเพราะเขาไม่รู้ว่า ตัวเขามีครอบครัว มีคนที่รักเขาอยู่มั๊ย? ก็คือยังคง
โหยหาความรักและห่วงใย ซึ่งคนที่เขาไว้ใจได้ละห่วงใยเขาจริงๆก็มีแค่ยาสุโฮะคนเดียว
เท่านั้น เพราะยาสุโฮะเองก็มีปัญหาว้าวุ้น เพื่อนไม่จริงใจ ครอบครัวก็มีปัญหา ไม่มีใคร
ที่เธอจะเปิดใจให้ได้เลย ซึ่งก็มีโจสุ2เกะคนเดียวที่เธอจะสามารถเปิดใจให้ได้ ทำให้
ทั้งคู่เกิดเป็นมิตรภาพและความห่วงใยที่พิเศษต่อกัน 

…ตรงนี้ทำให้ผมชอบภาคนี้ในแง่ตัวเอกทั้งสองมาก เพราะอาจารย์อารากิแกทำให้
ทั้งสองเป็นวัยรุ่นที่เป็นวัยรุ่นจริงๆ คือเป็นวัยที่กำลังเติบโตทางวุฒิภาวะ เพียงแต่มัน
มีการต่อสู้ด้วยแสตนด์เพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง

<<<กลับหน้าหลัก